วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เห็นใจฉันบ้างไหม

1010030333





วันนี้.. รู้สึกว่าเหมือนใจจะกลับมาแล้ว
แต่จังหวะการเต้นมัน เปลี่ยนไป...

เห็นใจฉันบ้างไหม







Original Article http://pearlsep.multiply.com/photos/album/8/8

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

เรื่องเล่าของนักบุญ


1009170341

เรื่องเล่าของนักบุญ

เขียนเรื่องหนึ่งยังไม่ทันเสร็จ ก็หาเรื่องเรื่องใหม่ขึ้นมาแล้ว ผมกำลังเล่าเรื่องๆหนึ่งอยู่ แต่เปลี่ยนใจนำเรื่องนี้ขึ้นมานำเสนอก่อน เริ่มแรกสมัครเว็ปไม่มีเรื่องจะเล่า ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรดี พอวันนี้อยากระบาย ไม่อยากให้หัวมันว่าง ถ้าว่างจะคิดถึงแต่เรื่องนักบุญ ก็เกิดพรั่งพรูมีเรื่องราวผุดขึ้นมามากมาย เฮ้อ..

เรื่องนี้มันผุดขึ้นมา ล่องลอยในความคิดระหว่างดูอาโออิกับจุนเซย์ เมื่อสักครู่นี้ (Calmi Cuori Appessionali) จบลงไปอีกรอบ กลับมาประจำการหน้าคอมต่อ เสียงของโตโน่กำลังร้องเพลง ไม่เคยมีใครมารัก ดังวนไปวนมา วนอยู่นั่นแหละ
"เกิดมาไม่เคยมีใครมารัก ก็เลยไม่รู้วิธีจะรัก ไม่เคยรู้จัก
เฝ้ารอให้ใครสักคนมารัก เฝ้ารอให้ใครสักคนมาสอน รักแท้ให้ใจ
วันเวลาที่ล่วงเลยมา แค่ขอสักคนเข้าใจ..
เธอจะรู้บ้างไหม คนนั้นที่ใจฉันขอ..คือเธอ"

กลัวหัวว่างที่ว่า ถึงขนาดวานให้เพื่อนเปลี่ยนข้อความแสดงตนที่ FB ให้เลย
"ต้องทำใจให้ไร้อิสระที่จะคิดอะไรๆในตอนนี้"
เพื่อนคนหนึ่งถามว่า หมายความว่าอะไร
ก็ถ้าเราว่าง เราอาจจะคิดอะไรที่ใจเรากำลังจรดจ่ออยู่กับมัน เช่นใครสักคนหนึ่ง วิธีที่จะไม่คิดถึงใครคนนั้นได้ก็แค่หาอะไรทำ ไม่ให้ว่าง แค่นั้นเอง แต่มันไม่ง่ายเลย ดู RE4 แต่ใจแม่งลอยไปอยู่กับเรื่อนักบุญ ขอโทษครับ ขอใส่อารมณ์หน่อย ก็วันที่ผ่านมาผมเจอมาหนัก

นักบุญ ..ผมขอใช้คำนี้แทนการเรียกเธอในบทความนี้นะครับ ไม่ได้ว่ากันลอยๆ ชื่อเธอสามารถเขียนในรูปแบบที่มีความหมายว่านักบุญก็ได้ ถ้าจำไม่ผิดนะ.. เอ๊ะ.. ยังไง ก็ตอนนี้ไม่ได้ออนไลน์ ผมเห็นชื่อเธอในเว็ปหนึ่ง ถ้าจำชื่อเธอไม่ผิด.. ผมจำได้ว่ามีหนังพูดถึงนักบุญหลายๆคน นักบุญแต่ละคนก็มีวิธีบำเพ็ญบุญต่างกันไป และถ้าเธอเป็นนักบุญจริงๆ เธอคงบำเพ็ญบุญด้วยการอยู๋ด้วยแล้วรู้สึกดี ทำให้ผมยิ้มได้เมื่อมองรูปเธอ แต่ในเวลาชั่วข้ามคืน เรื่องของเธอก็ทำให้ผมเศร้า จัดหนักเลย ความรู้สึกเศร้า.. เธอจัดหนักให้ผมเต็มๆข้ามวันข้ามคืน แล้วนี่ผมเดี๋ยวต้องเปิดรูปเธอขึ้นมาทำงานเนี่ย ผมจะยิ้มหรือจะเศร้าดีว้า!!!

โครงการจิตอาสาโครงการหนึ่ง เราสื่อสารกันด้วยเว็ปบอร์ด ผมรู้จักเธอครั้งแรกที่นี่ พี่คนหนึ่งตอบข้อความของเธอ ประมาณว่า ถ้าจะฝากเนื้อฝากตัวก็มาฝากผมนี่ อยู่ๆดึงผมเข้าไปเกี่ยวได้ไง ผมยังงงอยู่เลย เหมือนล้อกันเล่น แต่ผมรับฝากจริง ข้อความของเธอ ขอฝากหัวใจด้วยหรือเปล่า.. ผมไม่บอก

หลังจากรู้ตัวว่าถูกรับฝากใครคนหนึ่งเข้ามาแล้ว เธอเป็นใครล่ะ ผมตามอ่านบอร์ดตามความเคลื่อนไหวมาพักหนึ่ง ช่วงหลังติดตามข้อมูลเธอต่อเนื่องในอีกเว็ปหนึ่ง ได้พูดคุยกับเธอผ่านข้อความบ้าง มีข้อความอะไร ลงรูปอะไรบ้าง ก็ไม่ถึงขนาดว่าไม่ให้คลาดสายตาหรอกนะ

เรื่องราวมันเกิดขึ้นประมาณสองสัปดาห์ก่อน คืนวันศุกร์ ผมลงข้อความว่าจะเข้ากรุงเทพฯวันเสาร์ นักบุญชวนผมหาอะไรทาน ทำยังไงล่ะผมมีนัดแล้ว นัดถ่ายภาพกับน้องคนหนึ่ง หากเป็นคนอื่นอาจอาจบอกเลิกนัดเพื่อรับนัดนักบุญแทน แต่ผมไม่ ผมพูดอะไรไปแล้ว ไม่ชอบที่จะผิดคำพูด ผมรับนัดนักบุญ สถานที่ในการถ่ายภาพที่นัดไว้ไม่ได้ตายตัว เผื่อลมเผื่อฝนตก ผมเปลี่ยนแปลงสถานที่เพื่อมาเจอนักบุญ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมพบเธอ เธอไม่ต่างจากรูปที่เห็น เธอที่ยืนตรงหน้าผม ไม่ทำให้ผมเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอผ่านทางโลกออนไลน์เปลี่ยนไป

วันสองวันถัดมา มีภาพเธอปรากฎขึ้นมาในเว็ป ภาพเหล่านั้นมันผมผมว่าเย็นวันอาทิตย์เธอไปถ่ายรูปแถวๆเกาะกรุง ไปกันสามคน ก็สามคนที่เจอกันวันเสาร์ก่อนหน้านี้ ในนั้นรวมรุ่นน้องในกลุ่มถ่ายภาพที่ผมชวนไปด้วยคนหนึ่ง ภาพและข้อความเริ่มทำให้ผมรู้สึกไม่ดีแล้ว วันเสาร์คือวันแรกที่เขากับเธอรู้จักกัน เขาก็ชวนเธอไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันแล้วไปกับกลุ่มเพื่อนต้นเดือนหน้า วันที่สองมีถ่ายรูป ..อืม

ผมหาวันเข้ากรุงเทพนัดเธอถ่ายภาพบ้าง ผมได้นัดเธอในวันศุกร์ เราถ่ายภาพสนุกดี เธอบอกผมว่าเย็นนี้พี่คนนั้นจะตามมานะ คุณจะตามมาทำไมนะ ผมคิด แต่ในความคิดผมผมใส่อารมณ์กว่านี้เยอะ วันนั้นมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งอยากถ่ายภาพขอตามมาด้วย เธอมาถึงตอนบ่ายถ่ายรูปได้พักหนึ่ง ก่อนแสงหมดย้ายไปพักทานอะไรๆที่ร้านสวยๆแถวพหลโยธินดีกว่า เพื่อนผมเสนอ ..ได้ขยับหนีออกมาแล้ว แต่เขาก็ตามมาจนได้

เพื่อนผมขับรถมาส่งที่อนุสาวรีย์ ระหว่างทางพูดคุยบอกทางกันไปเพื่อนผมก็พูดแซวเธอกับเขาที่นั่งอยู่เบาะหลังว่ากำลังจีบกัน เธอขอลงรถก่อน เขาลงตามไปด้วย ที่ที่คุณควรลงไม่ใช่ตรงนี้นะ ..ในความคิดของผมใส่อารมณ์กว่านี้นะ สองคนลงไปกล่าวบอกลากับอีกสองคนที่ยังอยู่บนรถ ผมไม่สบอารมณ์ที่จะหันไปบอกลาด้วยหรอกนะ

วันสองวันถัดมา มีภาพเธอปรากฎขึ้นอีกในเว็ปของเขา ชุดที่เธอใส่ในภาพเหล่านั้น เขาซื้อให้ ผมเลยแกล้งถามไปว่าโดนเขาจีบแล้วสิ เธอปัดที่จะตอบ โดยไล่ให้ไปถามเขาเอง คำตอบที่ผมไม่อยากได้ยินผมก็ไม่ได้ยิน มันทำผมใจชื้นขึ้นมา แต่วันที่ผ่านมา คำตอบของเธอผมกลับได้ยินจากเขา สาดดดดดดด....

จากวันแรกจนถึงวันที่ผมได้รู้จากปากเขาว่าเขากับเธอเป็นแฟนกัน 13 วัน แต่ผมเชื่อว่าวันนี้ที่ผมรู้ไม่ใช่วันที่เขากับเธอตกลงคบกัน คนเราเดี๋ยวนี้ตกลงคบกันในเวลาไม่กี่วันเนี่ยหรอ ที่ผมรู้สึกว่าคราวนี้ผมโดนหนักมาก นั่นเพราะว่ามันเหมือนผมถูกแทงข้างหลัง และที่ผมไม่ได้รู้จากปากของเธอเอง

วันที่ผ่านมาไม่ได้ทานอะไรเลย มีแค่กาแฟแก้วเดียว เพิ่งได้ทานข้าวระหว่างดูหนังนั่นก็เปลี่ยนวันใหม่แล้ว คืนนี้ข่มตาไม่ลง ใช้เวลาไปกับเรื่องนี้มาและขอสะสางรูปภาพให้เธอ บอกตามตรงว่าแทบจะทำงานไม่ได้เลย ไม่มีไอเดีย ช่วงเวลาที่ทำให้ผมเป็นบ้าเป็นบออยู่ในขณะนี้ มันช่างยาวนานเหลือเกิน ทั้งๆที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงรอบวัน

วันทั้งวันที่ผ่านมาอย่างยากเย็น คิดมาก แน่นอนว่าผมไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้ใครรู้สึกอย่างไร แต่ผมเฮิร์ทผมเจ็บผมเคืองไปแล้ว ตอนนี้ผมเหมือนฟังความข้างเดียวและเป็นการฟังความจากคู่กรณีด้วยสิ มันเหมือนผมกำลังแข่งอะไรสักอย่างอยู่ คู่แข่งของคุณบอกให้คุณหยุด คุณจะหยุดไหม..

เสียงของโตโน่ยังคงดังอยู่ "เฝ้ารอให้ใครสักคนมารัก เฝ้ารอให้ใครสักคนมาสอน.."
วันนี้เธอจะกล้าคุยกับผมเหมือนเดิมไหม ผมจะได้คำตอบจากเธอเองไหม

pearlsep


p.s. Calmi Cuori Appessionali เล่าเรื่องราวของจุนเซย์ ช่างซ่อมแซมภาพศิลปะของศิลปินชื่อก้องแต่ไม่สามารถซ่อมแซมชีวิตรักของตนได้ แม้ว่ารักจะผ่านมานานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยลืมนัดกับอาโออิ คนรักเก่า นัดที่เขาเคยสัญญาว่าจะต้องมาพบกันอีกครั้งในวันเกิดครบรอบสามสิบปีของอาโออิ

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

จาก ภาพชุด Yesterday Once More ..ถึงช่วงเวลา Before Sunrise ของฉัน

ชมภาพชุด Yesterday Once More จาก facebook หรือ multiply


2010-06-01 เวลาใกล้เปลี่ยนวัน

Yesterday Once More (2004) ..ได้ดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังดีที่หนังไม่ตั้งใจฉุดคนดูให้เศร้า ..ดูแล้วคิดโปรเจ็ทได้ชิ้นหนึ่ง แต่มีเวลาทำงานอีกคืนเดียวนี่สิ ก่อนที่เธอจะไป เฮ้อ..



เรื่องย่อ http://www.siamzone.com/movie/m/1716/synopsis
ภาพ http://www.cine21.com/Movies/Mov_Movie/movie_detail.php?s=media&id=14101

..เมื่อคืนนี้ เผลอสลบไปตอนสามทุ่มกว่า ตื่นมาอีกทีตีสาม ..ถ้าฝืนตื่นขึ้นมาทำงานตอนนี้ คงไม่พ้นเที่ยงได้สลบต่ออีกแน่ ที่คิดจะรีบเข้ากรุงเทพมาอัดรูป เอาไว้ก่อนก็ได้ยังมีเวลาอีกตั้งคืนหนึ่ง

liainiang wrote on May 24
"แจนมีอะไรจะบอกว่า

แจนได้งานที่จีน เมืองเซี่ยงไฮ้ แล้วนะ
จะบินไปจีนวันที่ 2 มิถุนายน 53 ช่วงเย็นๆ ค่ะ
ตอนนี้แจนลาออกจากซิงเกอร์แล้ว
แต่แจนไม่ลาออกจากคลับ นะ
....."

คิดไปคิดมา นอนต่อดีกว่า ตื่นขึ้นมายังมีเวลาทำรูปอีกทั้งวัน แล้วเช้าวันที่ 2 ค่อยเข้าไปอัดรูปก็ยังทัน


liainiang wrote on Jun 1
"Dear all,
I will fly today on 1.55 am of June 2, so I have to check in today in the evening.
If you don't free, just call me or SMS to say goodbye.
Love Love all of you"

อ้าว!!! ไหนว่าจะไปพรุ่งนี้ไงเล่า ผมไม่เข้าใจภาษาไทย หรืออะไรกันเนี่ย.. จะว่าเธอเรียบเรียงไม่ถูกเพราะไปจบปริญญาจากประเทศที่เธอกำลังจะเดินทางไปหรือว่ายังไงก็ตาม ถ้าแกโทรไปถามเธอซะแต่ทีแรกก็คงจบเรื่องไปแล้ว ลีลาอะไรฟะตรู...

ไม่มีเวลามากแล้ว ได้ภาพมาไม่กี่ภาพเอง จากที่ตั้งใจไว้ 18 ภาพ + ปกหน้าหลัง คงเปลี่ยนเป็น 20 ภาพเต็มอัลบั้มไปเลย จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะรวบรวมภาพของเธอ ภาพละทริปตั้งแต่ทริปแรก โดยทำภาพใหม่ทั้งหมดไม่ซ้ำภาพที่เคยทำไว้ เพราะเคยทำอะไรแบบนี้ไว้อัลบั้มหนึ่ง เมื่อช่วงที่หนัง A Moment in June เข้าฉาย คราวนั้นตั้งชื่ออัลบั้มไว้ว่า "A Moment in Jan" ...ไม่ง่ายเลยวุ้ย ตั้งแต่เธอได้กล้องโอลี่มาก็ไม่ค่อยได้ถ่ายเธอเลย ผันตัวจากคนหน้าเลนส์ไปอยู่หลังเลนส์โดยแท้เลย โชคดีที่ช่วงนี้ตั้งใจโพสภาพใน แรงกลิ้ง เฉพาะภาพเธอสั่งลาซะหน่อย งานที่ดูไม่น่าจะเสร็จได้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ทำไปทำมา บางทริปมีไฮไลท์หลายภาพหลายเซ็ทเนื่องจากมีกิจกรรมเยอะ เป้นทริปยาวสุดสัปดาห์บ้าง จากภาพละทริปกลายเป็น pix ละวัน ...เสร็จสักที ได้เปิดอัลบั้มตามเวลาที่คาดประมาณไว้เลย Jun 1, '10 11:52 AM ..ได้เวลาเข้ากรุงแล้วเรา

...เห็นภาพคู่เมื่อคราวทริปผีตาโขน-ดอกกระเจียว เสื้อตัวที่เคยใส่นั่นแหละ เหมาะล่ะกับการที่จะใส่มาในโอกาสนี้ ถึงแม้ว่าคอเสื้อจะดูเปลี่ยนทรงไปจากเคย ..เสื้อยื้ดแขนสั้นสีเขียวอ่อนคลิบคอคลิบแแขนสีขาว กลางอกเสื้อสกรีนตัวหนังสือสีขาวว่า "..ปายสบายดี.."

..เดินทางออกจากบ้าน แวะอัดภาพ มาถึงสนามบินทันเห็นพระอาทิตย์ตกพอดี สวยดี สนามบินก็สวย กล้องก็อยู่เป้ที่สะพานมา ไม่รู้สิ ไม่มีใจที่จะหยิบกล้องออกมาถ่ายหรือเดินหามุมเลย ใจไม่ได้จรดจ่ออยู่กับการถ่ายรูปเลยวันนี้ เดินไปเดินมาจนสุดฟลอร์แล้วก็เดินกลับมาที่เดิม จากชั้นสองขึ้นไปชั้นสี่ แล้วจากชั้นสี่ไล่ลงมาที่ชั้นหนึ่ง เดินสแกนทุกพื้นที่ที่เขาให้เดินเข้าไปว่างั้นเลย พอจะนั่งพักตะคิวจะกินซะให้ได้ เอาสิเอา.. ที่เดินพล่านไปทั่วก็ไม่ใช่อะไร กลัวพลาดกลัวไม่เจอ สุดท้าย..กันพลาดก็ต้องโทรหาเธอ แค่ดทรแค่นี้มันยากเย็นอะไรนักหนาว่ะ เฮ้อ.. ฉันไม่ได้โทรหาเธอนานแค่ไหนแล้วเนี่ย



photo by shakirababalala

ระหว่างรอ หาที่นั่งพักดื่มกาแฟสักแก้ว จัดการกับภาพที่ได้มา วันนี้ได้ภาพ 4x6 แถมมาอีกชุดหนึ่งด้วย เราตั้งใจอัดภาพ 4x6 ชุดหนึ่งเพื่อดูสีก่อน แล้วจึงอัดภาพ 8x12 จัดเข้าอัลบั้มให้เธอ แต่วันนี้ไม่มีเวลา อัดภาพสองขนาดพร้อมกันเรา บางภาพสีออกมาขัดตาอยู่เหมือนกัน ภาพหนึ่งเราทำภาพมาผิดขนาด ..เสียไปภาพหนึ่ง แต่ก็ยังต้องคัดภาพที่เกินออกอีก

...เธอมากับแม่ นั่งพิจารณาสัมภาระที่ขนมา น้ำหนักของที่เกินเป็นปัญหาที่สาระวนสับเปลี่ยนย้ายของให้วุ่นอยู่นาน กระเป๋าใบใหญ่ถูกจัดให้ลงใต้เครื่อง ส่วนสัมภาระที่เหลือที่เกินจำต้องแบกติดตัวไปเอง ..ลองๆไปยกๆดู สาหัสเอาเรื่องเหมือนกันนะ เกือบสองชั่วโมงก่อนเช็คหนังสือเดินทาง ชาวคณะตัดสินใจกลับเพราะเช้านี้ก็ยังต้องทำงานกันอีกนี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ถ้ากลับก็ต้องกลับด้วยกัน.. ก่อนกลับก็ตัดสินใจยื่นภาพ 4x6 ที่ได้แถมมาให้เธอไป จริงๆก็ว่าจะให้แต่แรกแล้วล่ะแต่เห็นของแล้วก็เลยลังเล สุดท้ายก็ตัดสินใจให้ไปเพราะบางภาพก็ถูกคัดออกไป "อ่ะ เอาไปด้วย ขี้เกียจเก็บไว้" ...เอาเข้าไป ปากดีจนวินาทีสุดท้าย ปากหนักจริงๆถ้อยคำดีดีกว่านี้พูดไม่เป็น ...สุดท้ายเป็นเรื่องอีก เธอเปิดดูรูปในอัลบั้มที่เพิ่งให้ไป "เอ้า..ทำไมมีภาพนี้ด้วยล่ะ" ... อัดมาจ้ะ ภาพอยู่ในกระเป๋าเป็นภาพที่อัดมาเกิน ภาพที่เราคัดออกกลับถูกใจเธอซะนี่ ...ไม่ได้เรื่องเลยเรา


เช้าแล้ว ข้อความก็สุด หมดเนื้อความที่จะเล่าต่อพอดี ปานนี้เธอคงถึงที่หมายแล้ว ..
ช่วงเวลาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้านี้ ผมนึกถึงหนังสองเรื่องต่อเนื่องกัน เรื่องแรกคือ Before Sunrise (1995) อีกเรื่องคือ Before Sunset (2004) หนังใช้เวลากว่าเก้าปีจึงกลับมามีภาคต่อให้ได้ดูกัน Jesse ได้กลับมาพบกับ Celine ครั้งแรกใน Before Sunrise เขามีเวลาเพียงชั่วข้ามคืนทำความรู้จักกัน เก้าปีถัดมาเขาและเธอได้กลับมาพบกันอีกใน Before Sunset ช่วงเวลาเพียงก่อนตะวันลาลับ คุ้มค่ากับการรอคอยมาพบกันอีกครั้ง ตอนนี้ ..เวลาก่อนรุ่งสางของผมหมดลงไปแลกกับข้อความข้างต้นนี้.. และเช้าวันใหม่ของเธอเริ่มขึ้น

我想念你,賈妮

2010-06-02 เช้าแล้ว


Before Sunset , ความงดงามยามอาทิตย์ลาลับ โดย "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"




poster: other design
http://www.moviegoods.com/movie_poster/before_sunrise_1995.htm
http://www.moviegoods.com/movie_poster/before_sunset_2004.htm


ปล. อ่อ! แล้วที่พวกแกว่าแซวฉันว่า แฟ้มภาพที่ฉันให้เธอไปเป็นพอร์ทงานของฉันนั้น เออ..ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันแหละ ก็เผื่อว่าเธอเอาภาพฉันไปดู เผื่อใครๆเห็นเข้าแล้วสนใจ ฉันก็อาจจะได้งานที่นั่นบ้างนะสิ แล้วจะได้ตามเธอไปยังไงล่ะ

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

ads : jbs mens underwear

ads : jbs mens underwear

print ad ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในชายสุดเซ็กซี่ ภายใต้คอนเซ็ปที่ว่า..
ถ้าผู้ซื้อสินค้ามาดูโฆษณา ก็คงไม่อยากเห็นภาพของเพศเดียวกันใส่ผลิตภัณฑ์โชว์อยู่เหมือนเช่นโฆษณาของยี่ห้ออื่นๆ
(แต่ถ้าเดี๋ยวนี้ก็คงไม่แน่ ..ชายเทียมมีให้เกลื่อน 555) ภาพโฆษณาก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

Advertising Agency: & Co, Denmark
Creative Director: Thomas Hoffmann
Art Directors: Thomas Hoffmann, Martin Storegaard
Photographers: Rasmus Mogensen, Morten Laursen


jbs mens underwear: Nurse


jbs mens underwear: Maid


jbs mens underwear: Secretary


jbs mens underwear: Nun



jbs mens underwear: Toilet


jbs mens underwear: Masturbation


jbs mens underwear: Breakfast

Men don't want to look at naked man.
jbs mens underwear


jbs mens underwear: Sofa


jbs mens underwear: Shave


jbs mens underwear: Rugby

Men don't want to look at naked men

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

Bikes in Print Ad.

Bikes in Print Ad.

Volkswagen Original: Bike

Not all accessories are created equal.
VolkswagenOriginal
Parts. Service. Accessories.


Advertising Agency: Palm + Havas, Canada
Creative Director: Pascal De Decker
Copywriter: Stuart Macmillan
Art director: Tony Hird, Etienne Bessette
Account Executive: George Barbas
Production: Gabrielle Lamarche
Photographer: Martin Girard (Shoot Studio)



Mitsubishi Lancer GTI. 16V: Police


Advertising Agency: ToroVazquezMora / Fischer América, Colombia
Creative Directors: Andres Mejía, Jaime Cueto
Art Director: Andres Mejía
Copywriter: Edward Jaramillo
Illustrator: Robert Paz
Photographer: Juan David Betancourt
Published: March 2008



Clima Bicycle Lock: Red


Clima Bicycle Lock: Orange


Clima Bicycle Lock: Gold


Clima Bicycle Lock: Blue


Advertising Agency: Leo Burnett, Bangkok, Thailand
Executive Creative Directors / Creative Directors: Keeratie Chaimoungkalo, Sompat Trisadikun
Copywriter: Noranit Yasopa
Art Directors: Pipat Uraporn, Sompat Trisadikun
Photographers: Chub Nokkaew, Chubchevit
Account Supervisor: Akaphong Phongsphanij
Advertiser's Supervisor: Kachaporn Nathapatr
Agency Producer: Sarawut Lertkittipaporn



CUBE Tonopah: Goat


Cube Cycles: Cheetah


Advertising Agency: Miami AD School, Madrid, Spain
Art Director / Illustrator: Miguel Angel Ayala Castrillón



http://adsoftheworld.com

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

Bikes in Print Ad.

Bikes in Print Ad.

LA Bicycle: Folding bike



Advertising Agency: Ogilvy & Mather Bangkok, Thailand
Executive Creative Directors: Wisit Lumsiricharoenchoke, Nopadol Srikieatikajohn
Copywriter: Jutatip Praditgate
Art Directors: Wisit Lumsiricharoenchoke, Nopadol Srikieatikajohn, Gumpon Laksanajinda, Somchai Dejnarongpitak
Illustrator: Surachai Puthikulangkura / Illusion
Photographers: Srimongkol Phachonkaew / Illusion, Suttisak Disthasongchan / Kakeehnung


WWF: European Car Free Day, Day


European Car Free Day, September 22 2009


WWF: European Car Free Day, Night

European Car Free Day, September 22 2009

Advertising Agency: Ogilvy, Budapest, Hungary
Creative Director: Bartek Rams
Art Director: Diana Pusztai
Copywriter: Judith Kun
Photographer: Tomek Albin, shootme.pl
Retouch: Stanisław Tarczyński
Published: September 2009


Decathlon: Bike

Come with old gear. Leave with new.

Advertising Agency: Y&R Paris, France
Executive Creative Director: Les Six
Art Directors: Mark Forgan, Stephanie Pasteur
Retoucher: Sparklink
Photographer: Richard Fremont
Copywriter: Josselin Pacreau


Riffel: Trycicle 1

Ride safe.

Riffel: Trycicle 2

Ride safe.

Advertising Agency: DCS, Porto Alegre, Brazil
Creative Directors: Roberto Callage, Rafael Bohrer
Art Director: Gregory Kickow
Copywriter: Patrick Matzenbacher
Photographer: Estúdio ME
Published: March 2010


http://adsoftheworld.com/

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

NEW OFFICIAL LIVERPOOL FC SHIRT AND KIT 2010/12

NEW OFFICIAL LIVERPOOL FC SHIRT AND KIT 2010/12







“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดตัวเสื้อแข่งทั้งเหย้า และเยือนใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมสปอนเซอร์สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ ที่จะเข้ามาสนับสนุนทีมเพื่อลุยฤดูกาล 2010-11 นี้

ชุดแข่งใหม่ของ “หงส์แดง” เปิดตัวในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาท่ามกลางความตื่นเต้นของ เดอะค็อป โดยมีทั้งชุดเหย้าสีแดงสด พร้อมลายแบบย้อนยุค โดยมีโลโก้อาดิดาสอยู่ที่หน้าอกฝั่งขวา

ขณะที่ชุดเยือนสีขาวมีไล่เส้นแดงขึดยาวแนวตรง รวมไปถึงชุด 3 ที่จะไว้ใช้ทำศึกยุโรปที่กำลังลุ้นตัวโก่งว่า จะได้ไป ยูโรป้าลีก หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ออกโทนน้ำเงินกรมท่า หลังจากปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 6 ในตารางคะแนน



สำหรับชุดเหย้าใหม่นี้ ทางสโมสรได้มีกำหนดใช้แล้ว โดยจะใช้ลงสนามนัดรองสุดท้ายของฤดูกาลที่จะเปิดรังแอนฟิลด์พบกับเชลซี






ที่มา:
http://liverpool.in.th/readnews.php?idnew=1135
http://www.anfield-online.co.uk/store/new-liverpool-home-shirt.html
http://www.footy-boots.com/new-adidas-liverpool-kit-3804/
http://sport.mthai.com/football/english/25771.html
http://www.modxtoy.com/newboard/index.php?showtopic=133016

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

คัมภีร์ปั่นจักรยานของผม

คัมภีร์ปั่นจักรยานของผม

ก็ไม่ใช่ตำราปั่นจักรยานอะไรหรอกครับ ด้วยความตั้งใจอยากเปิดบล็อกด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับจักรยานที่ประทับใจ ไม่เพียงแต่สนุก อ่านได้ได้ความรู้ ก็เลยอยากกล่าวถึงการ์ตูนเกี่ยวกับจักรยานที่ผมได้อ่านมา ..ระยะหลังนี้ผมไม่อ่านการ์ตูนแนวอื่นเลยนอกจากการ์ตูนจักรยาน RUN FOR TOMORROW (สิงห์นักปั่น) เป็นการ์ตูนที่ประทับใจมากๆ เรื่องต่อไปที่ขยับเข้ามาใกล้เคียงแม้ว่าจะยังไม่ชอบที่สุดแต่ก็สร้างความประทับใจได้อยู่ OVER DRIVE (สุดแรงปั่น) ครับ

RUN FOR TOMORROW (สิงห์นักปั่น)




OVER DRIVE (สุดแรงปั่น)








ยังมีอีกสองเรื่องที่ผมได้อ่าน แต่ก็ยังสร้างความประทับใจได้ไม่ถึงระดับสองเรื่องแรก เรื่องหนึ่งคือ ปั่นระเบิด(BIKINGS) อ่านๆไปจำชื่อเรื่องไม่ค่อยได้เลย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ รินโด (RINDO) เรื่องนี้พอสนุกได้อยู่ แต่ไม่ใช่ทางผมครับ เรื่องนี้เน้นไปที่ลู่ ..แต่ผมชอบทะยานอยู่บนถนนมากกว่า..

ปั่นระเบิด (BIKINGS)


รินโด (RINDO)








จะว่าไปยังมีการ์ตูนที่เล่าเรื่องราวของจักรยานอยู่อีก แต่ผมไม่ได้สัมผัสไม่ได้อ่าน ก็ขอไม่กล่าวถึงแล้วกันนะครับ ข้างท้ายนี้ ขอนำเสนอเนื้อหาคร่าวๆของเรื่องราวที่กล่าวมา ซึ่งได้พอค้นได้จากโลกไซเบอร์นี่แหละครับ

RUN FOR TOMORROW (สิงห์นักปั่น)



ผู้แต่ง โซตะ มาซาฮะโตะ ลงแข่งครั้งแรกปี 1993
แข่งขันประเภท แข่งจักรยานทางไกล ผู้เข้าแข่งขัน เทรุ โนโนมูระ
พาหนะคู่กาย จักรยานที่ประกอบโดย ลุงฟุบาตะ

สนามแข่งแรก หลังจากที่เทรุ สอบเข้าโรงเรียนคาเมกาโอกะ แห่งมหาวิทยาลัยฮิโนโมโตะ และเป็นสมาชิกชมรมจักรยานของโรงเรียนแล้ว เขาพร้อมด้วย ไดสึเกะ ฮาโตมูระ , ฮิโรฮิโกะ ยูตะ และสมาชิกคนอื่นๆในชมรมได้เข้าร่วมการแข่งจักรยานทางไกลประชาชนทั่วไปอิชิวา ตายามะ ครั้งที่ 7 ในการแข่งขันนี้แบ่งระดับออกเป็น 10 รายการ ระดับที่ยากที่สุดคือ แชมเปี้ยนคลาส เพราะต้องปั่นจักรยานข้ามภูเขาอิชิวาตายามะ หรือ รัลพ์ ดิวเอส์ แห่งฮาม่า ผู้ไต่ไปถึงยอดคนแรกจะได้รางวัลนักไต่เขา

แน่นอน เทรุไต่ขึ้นเขาเป็นคนแรก รับรางวัลไปอย่างภาคภูมิ เมื่อขึ้นเขาเสร็จก็ต้องลงเขาใช้เส้นทางราบ เพื่อไปให้ถึงเส้นชัย ถึงตรงนี้ชมรมจักรยานได้รวมพลังกันแล้ว จากการปั่นเป็นทีมทำให้ไดสึเกะ ฮาโตมูระ กัปตันทีมเข้าเส้นชัยไปได้ในที่สุด อนาคตอันสว่างไสวของชมรมได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้

ที่มา http://sites.google.com/site/allaroundworld/10-kartun-khwamrew
ส่วนที่นี่ รวบรวมบทความเกี่ยวกับเทรุไว้เยอะเลยครับ http://fulung.exteen.com/20090520/manga-run-for-tomorrow


OVER DRIVE (สุดแรงปั่น)



ผู้แต่ง สึโยชิ ยาซุดะ ลงแข่งครั้งแรกปี 2005
แข่งขันประเภท แข่งจักรยานทางไกล ผู้เข้าแข่งขัน มิโกโตะ ชิโนซากิ
พาหนะคู่กาย จักรยานรุ่นสปินท์เตอร์ TORQUE

สนามแข่งแรก หลังจากมิโกโตะเข้าชมรมจักรยาน ดูเขาจะร่าเริงและกระตือรือร้นมากขึ้น เขาได้ชักชวน ยามาโตะ เพื่อนร่วมห้อง ให้เข้าชมรมจักรยานด้วยกัน ไม่นานมิโกโตะรู้ความลับยามาโตะคือชายชุดดำ แถมไปท้าแข่งจักรยานกับเขาซะงั้น จุดสตาร์ทเริ่มที่หน้าบ้านของยามาโตะ เส้นชัยคือโรงเรียน มิโกโตะแพ้เวลาไป 2 นาที 15 วินาที

จากการแข่งในวันนั้น ทั้งมิโกโตะ, ยามาโตะ, โยซึเกะ และ โคอิจิ ก็เข้าแข่งขันจักรยานประชาชน ซากุระงะโอกะ ครั้งที่ 7 พร้อมกัน ผลการแข่งเป็นอย่างไรต้องติดตาม แต่ที่แน่ๆเส้นทางนักปั่นของ มิโกโตะ ชิโนซากิ ได้เริ่มขึ้นแล้ว

ที่มา http://sites.google.com/site/allaroundworld/10-kartun-khwamrew
เพิ่มเติม http://vibulkij.com/main/content/view/56/26/


ปั่นระเบิด (BIKINGS)
ชื่อผู้เขียนภาพ /เรื่อง จุน ฟุโด

อิปปงกิ อิโตะ เด็กหนุ่มนักเรียนม.ปลายเป็นคนที่มุ่งมั่นสุดๆ เมื่อเริ่มต้นทำอะไรแล้ว จะพยายามทำให้สำเร็จให้ได้ แต่ก็มักจะล้มเหลวอยู่เสมอ

มิยาตะ ซูบารุ เพื่อนร่วมห้องของอิโตะ ทำทีมจักรยานระดับม.ปลาย คว้าแชมป์มาแล้วถึง 3 ครั้งรวด และได้ลงในแม็กกาซีนที่เกี่ยวกับจักรยานด้วยก็หลายหน และตอนนี้ทีมของมิยาตะกำลังเกิดปัญหาเพราะว่าสมาชิกในทีมเกิดได้รับบาดเจ็บ 1 คนไม่สามารถลงแข่งได้

ที่ร้านบะหมี่หลังจากที่กลุ่มของ มิยาตะ เข้ามาพักทานบะหมี่หลังจากฝึกซ้อมจักรยานแล้ว กำลังปรึกษาถึงเรื่องสมาชิกที่ขาดหายไป 1 คน (กำลังหาคนมาแทน) อยู่นั้น ก็ได้รับคำแนะนำจากทางร้านว่า ลูกชายเจ้าของร้านเป็นคนขับจักรยานเร็วมาก มิยาตะจึงสนใจ แต่เมื่อรู้ว่า ลูกชายเจ้าของร้านที่ว่านี้คือ อิปปงกิ อิโตะ จึงยกเลิกความตั้งใจ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามากินบะหมี่ แล้วไม่ยอมจ่ายเงินกลับขี่รถสกู๊ตเตอร์หนี มิยาตะอาสาตามไปจับตัวมาแต่ไม่ว่ามิยาตะจะขับจักรยานเร็วแค่ไหน ก็ไม่สามารถตามรถคนร้ายได้ทัน แล้วเหตุที่ต้องทำให้ มิยาตะ ตกใจอีกครั้งก็คือ อิโตะ ขับรถส่งบะหมี่ซึ่งเป็นรถที่หนักมาก และขับมาทีหลังด้วย แต่สามารถวิ่งตามมิยาตะทัน แถมแซงมิยาตะไปอีกด้วย แล้วขับไล่ตามคนร้ายไปอย่างกระชั้นชิด...เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ มิยาตะจะให้อิโตะเข้าทีมจักรยานด้วยหรือไม่ แล้วคนที่ได้รับบาดเจ็บจะเข้าร่วมทีมได้ทันหรือเปล่า แล้ว อิโตะจะตามคนร้ายทันไหม ติดตามใน ปั่นระเบิด ได้เลยครับ

ที่มา http://vibulkij.com/main/content/view/186/26/


ODDS (ฝันติดล้อ แต้มต่อของชีวิต)



ผู้แต่ง โอซามุ อิชิวาตะ ลงแข่งครั้งแรกปี 2006
แข่งขันประเภท แข่งจักรยานเคย์ริน (แบบมีการเดิมพัน) ผู้เข้าแข่งขัน รินทาโร่ สึจิโด
พาหนะคู่กาย จักรยานพิสท์สำหรับแข่งเคย์ริน ของ อาคิยะ

สนามแข่งแรก รินทาโร่ สึจิโด จากเด็กมัธยมที่ชื่นชอบจักรยาน จนแม่ยอมซื้อรถจักรยานให้ รินทาโร่ถนัดขี่จักรยานที่มีเส้นทางแข่งระยะทางไกล หรือที่เรียกกันว่า โรด เรซ (Road Race) รินทาโร่สัญญาไว้กับคู่แข่งคนสำคัญ ฮารุกะ ฟุจิซาว่า คือการได้แข่งขันกันในสนามแข่งจักรยานอันดับหนึ่งของโลก สนามตูร์ เดอ ฟรองซ์ นั่นเอง

อนาคตของเขาต่อไปน่าจะสดใส แต่แล้ว...แม่และน้องสาวเสียชีวิต ส่วนพ่ออาการโคม่า เพื่อหาเงินเอามารักษาพ่อ และการดำรงชีวิตอื่นๆ รินทาโร่ตัดสินใจเป็นนักแข่งเคย์ริน หรือการแข่งจักรยานที่มีเดิมพัน ผู้ชมจะเดิมพันกับตัวนักกีฬาที่ปั่นจักรยานในแต่ละการแข่ง รินทาโร่ต้องใช้เวลา 2 ปีในการสอบ และเรียนในโรงเรียนเคย์ริน และเวลาอีก 5 ปีในการแข่ง แม้จะทำเพื่อเงิน แต่ความรักจักรยานของเขาก็ยังไม่หายไป





ที่มา http://sites.google.com/site/allaroundworld/10-kartun-khwamrew
เพิ่มเติม http://vibulkij.com/main/content/view/86/26/

ปกหนังสือ http://www.siambookcenter.com/